Everything is falling into its piece

กลับมาจาก San Diego คราวนี้นอนป่วยไปหลายวันเลย จำไม่ได้แล้วว่าป่วยแบบนี้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ แต่คิดว่าเป็นเวลานานเป็นปีแล้ว คงจะเป็นเพราะอากาศหนาวในช่วงเย็นๆ ที่เราออกไปเดินตามถนนหนทางบ้าง wine bar หรือ karaoke บ้าง เป็นช่วงเวลาที่สนุกและ wrap up residency life ของเราได้เป็นอย่างดี

หลายๆเรื่องที่เคยกังวลว่าจะทำอะไรที่ไหนอย่างไรหลังจากจบ training ก็เริ่มมีคำตอบในตัวของมันเอง คำถามแต่ละข้อก็ค่อยๆคลี่คลายไป ถึงแม้วันนี้จะยังไม่มีข้อสรุปแน่นอน แต่เราก็เริ่มมองเห็นหนทางแล้ว….อดคิดแปลกใจในชะตาชีวิตเหมือนกัน บางสิ่งที่ไม่ได้หวังมาตั้งแต่ต้น อยู่ๆก็มาอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่ว่าจะลอยมาซะทีเดียว หากเป็นโอกาสที่ดี  ในเวลาที่เหมาะสม แน่นอนว่าทุกอย่างก็เป็นผลพลอยจากการทำงานหนักมาตลอดด้วย …อดคิดไม่ได้ว่าชะตาชีวิตมันเป็นแบบนี้เอง  เหมือนกับครั้งที่เราย้ายขึ้นมา San Francisco ในคราวนั้น

มองไปข้างหน้า ยังเห็นอุปสรรคอะไรมากมาย แต่ก็พร้อมจะต่อสู้ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ยังคงความคิดแบบ positives  อยู่ในใจเสมอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร..ช่วงนี้ นอนหลับสบายบนเตียงทั้งวัน ถึงจะนอนเพราะว่ามีอาการป่วยบ้าง แต่ก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เวลาของการเริ่มต้นใหม่ๆได้เข้ามาใกล้แล้ว…

รูป Bay Bridge  นี้ถ่ายหลังจากกลับจาก interview งาน สำหรับเรา สะพานนี้ยังมีเสน่ห์อยู่เสมอ ไม่ว่า day time  หรือ night time  แล้วจะมา update  ภาคต่อไป…

Advertisements

ในวันที่เราเสียใจ…

ในวันที่เราเสียใจ…สิ่งที่เราคิด…

  • ทำไม ทำไม ทำไม ทำไมอย่างนั้น ทำไมอย่างนี้ เราทำผิดอะไร…เราคงไม่ดีพอ เค้าคนนั้นคงดีกว่าเรา ทำไม เจอกันเมื่อไหร่ อย่างไร
  • จะมีใครอีกไหมที่ดีกับเราเท่าเขา จะมีใครอีกไหมที่มีหน้าที่การงาน ฐานะ สังคมที่ดี และเข้าใจเราทุกอย่าง คงไม่มีแล้ว
  • คิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ ความสุขเก่าๆที่มี ที่เคยทำให้มีรอยยิ้ม แต่กลับทำให้เศร้าสุดใจในวันนี้ คิดวนไปมากับเรื่องเก่าๆย้อนไป 1  ปี 5  ปี 8  ปี คิดถึงคำพูด คิดถึงสีหน้า น้ำเสียง เรื่องราวที่เกิดขึ้น ที่ๆเคยไป เรื่องที่ทำให้ดีใจ ร้องให้ คิดถึงเรื่องเก่าๆ ในความคิดเป็น video ภาพเก่าๆที่เกิดขึ้น ตลอดเวลา…

แทบจะ collapse ทำงานไม่ได้

ตัดสินใจไปวัดสวดมนต์

สิ่งที่พยายามคิดใหม่

  • เราหมดกรรมกันแล้ว ไม่เคยโกรธกัน เราไม่เคยคิดร้ายให้เขา ขออโหสิกรรมขอให้เขามีความสุขและมีความโชคดี
  • ถ้าไม่ใช่วันนี้ หากยื้อกันไป วันข้างหน้าคงแย่กว่านี้
  • เราและพี่เขาคงหมดกรรมกันไปตั้งแต่ 5  ปีที่แล้ว เราต่างยื้อกันมา เพื่อต้องลาจากอีกครั้ง หากวันนี้ยื้อต่อไปอีก ก็คงมีบทลงเอยเดียวกันในอนาคต เขาจากลาไป สองครั้งคราแบบนี้ จะมีครั้งที่สามสี่ึคงเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา แล้วเรายังคิดหรือว่าเขาเป็นคนดี หากเราหลงโง่ขนาดนี้คงละอายใจกับตัวเองและคนรอบข้างว่าจบเอกมาได้อย่างไร
  • เราขอตั้งใจสละเขาออก ในวันนี้เรามีเขาอยู่ในใจ 100% เราขอให้พรุ่งนี้เป็น 99% ถึงจะใช้เวลา  100 วัน หรือเป็นปี เพื่อให้ลดเหลือ 0% เราก็จะพยายามให้ดีที่สุด
  • สิ่งที่เกิดตอนนี้ย่อมดีและมีเหตุผลของมันเสมอ ต้องถือว่าโชดดีที่หลุดออกมาได้ในตอนนี้ ปีใหม่ ขอให้เริ่มใหม่คิดใหม่
  • ได้มีโอกาสหันมาทางธรรมเพิ่มขึ้น
  • สิ่งภายนอกที่เขามี ก็คือสิ่งที่เราสร้างขึ้นได้เช่นกัน เขามีสิ่งเหล่านั้นวันนี้ ไม่ได้แปลว่าจะมีตลอดไป อย่าไปยึดติด สิ่งเดียวที่ตอนนี้เขาไม่มีแล้ว คือความรักที่มีให้กับเรา เราจึงต้องรักตัวเองให้มาก
  • ขอเก็บความรักที่มี มอบให้คนที่สำคัญในชีวิตดีกว่า
  • ทุกข์หรือสุขอยู่ที่ใจ ชีวิตหนึ่งไม่ยาว หากจะต้องตายพรุ่งนี้ คงเสียใจที่วันนี้มานั่งร้องไห้
  • ยังมีคนอีกมากมายที่เห็นคุณค่าของเรา เรายังทำอะไรให้โลกนี้ได้อีกมาก เห็นคนไข้ เห็นผู้ปกครองที่ร้องไห้กับความทุกข์ที่เขามี ทำให้รู้ว่าโลกนี้ เราก็ยังโชคดีอยู่

พยายามคิดให้ได้แบบนี้ ถึงแม้จะไม่ดีขึ้นในวันเดียว ถึงแม้จะรู้ว่าวันต่อๆไปเราก็จะเศร้าอีก เราก็จะพยายามอยู่ทุกวัน

ในวันที่เราเศร้าใจแบบนี้ ก็ยังถือว่าโชคดี ที่มีคนช่วยดูแล พาไปเดินทัวร์ดูสถานที่ พร้อมเป็นไกด์มีคำบรรยายเสร็จสรรพ ช่วย entertain เรา พาเราไปเลี้ยงข้าว รับฟังเราบ่น และบอกกับเราว่า “happy birthday” และอย่าคิดมากนะ….สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในวันที่เรามีความทุกข์แบบนี้ เราคงไม่ลืม ขอขอบคุณ สวรรค์ที่ส่งคนดีๆมาให้กำลังใจกับเรา…เราขอก้าวไปข้่างหน้าด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง และในความรักที่ครอบครัวและคนรอบข้างมีให้ อีกไม่นานหรอกนะ เราจะกลับมาหัวเราะได้อีกครั้ง เราบอกกับตัวเองแบบนี้

 

The 9th year of Thanksgiving away from home

Thankgiving Dinner 2011

Holidays weekend ผ่านไปเร็วกว่าที่คิด ที่นึกว่าจะทำโน่นนี่ให้เสร็จ เผลอๆก็เป็นวันจันทร์แล้ว  Thanksgiving ของปีนี้เป็นอีกปีที่เราไปกิน dinner  ที่บ้าน  Dr P.  ร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูงของเค้าที่เราคุ้นหน้าตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นความอบอุ่นประทับใจอีกปีหนึ่งที่ผ่านไป

Continue reading

Earthquake etc

ไม่ได้เขียนมาพักนึงเลยแวะมาบันทึกไว้หน่อย ช่วงนี้เมืองไทยมีข่าวน้ำท่วม ที่นี่ก็มีข่าวแผ่นดินไหว เมื่อสองวันก่อนเป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกแผ่นดินไหวอย่างจริงจังที่ Magnitude 4.0 โดยมี epicenter อยู่ที่ Berkeley ห่างไปไม่ไกลเลย  รู้สึกเหมือนมีคนมาเขย่าบ้านยังไงอย่างนั้น  เค้าบอกมี  aftershock อีกครั้ง แต่เราไม่รู้สึกครั้งที่สอง ผ่านไปอีกสองวัน เมื่อคืนก็มีแผ่นดินไหวอีกครั้งและเราก็รู้สึกอีก แต่น้อยกว่าครั้งแรก (~1-2 richter)

ช่วงนี้ที่นี่ก็อากาศร้อนๆเย็นๆ  แปลกๆทั้งๆที่ปลาย oct กำลังจะเข้า November แล้ว…โดยเฉพาะ weekend นี้ก็ร้อนมากอย่างกับอยู่ SoCal เลย ต้องเปิดพัดลม พัดลมที่เรานึกว่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้แล้วใน SF ก็ดีใจที่เอาขึ้นมาด้วย… เหมือน summer  ในปีนี้มาช้ากว่าทุกปี อดนึกไม่ได้ว่าในขณะที่พัฒนาการในทางวัตถุก้าวไป ความเปลี่ยนแปลงของโลกก็เหมือนจะมีให้เห็นชัดขึ้นไปพร้อมๆกัน เหมือนภัยธรรมชาติจะอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

Continue reading

Just when I thought the summer has ended…

Heat wave  ที่เข้ามาในช่วงนี้ทำให้รู้สึกว่ายังเป็นช่วงกลางปีอยู่ แต่เมื่อเหลือบไปดูปฏิทินก็เห็นว่าอีกแค่ 3  เดือนเท่านั้น ก็จะหมดปีแล้ว เฮ้อ… ช่วง holidays  ช่วงที่ทุกคนรอคอยให้มาถึง แต่กลับเป็นช่วงที่ dreadful สำหรับเรา เพราะคงไม่ได้กลับบ้าน และคงเป็นช่วงที่เหงามากๆเลยเพราะใครๆก็เดินทาง…คิดว่าเราคงอ่านหนังสือเตรียมสอบบอร์ดและดูหนังเกาหลีไปเมื่อเหงา

อากาศในตอนกลางวันที่นี่ของวันนี้ร้อนขึ้นไปถึง 83F ถึงจะรู้ว่ายังเย็นกว่าที่ไทยในปกติ แต่เราก็จำเป็นต้องพึ่งพัดลมเป็นครั้งแรกของปีเลยทีเดียว อากาศร้อนแบบนี้ทำให้เหนื่อยเพิ่มขึ้นกว่าปกติด้วย

ช่วงนี้เรามีความฝันแปลกๆ หลายๆครั้งจะต้องลงท้ายด้วยการวิ่งหนี วิ่งๆๆๆเพราะถูกตามล่า เหนื่อยจังในความฝัน ในอีกความฝันหนึ่งก็มีพี่ RR   อยู่ ถึงแม้ในที่สุดเราจะยอมรับกับเรื่องในปัจจุบันอยู่แล้ว ความทรงจำต่างๆก็ยังกลับมาเป็นระยะอยู่แบบนี้

ตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป อีกไม่กี่วันก็มี research day และเราก็มี presentations และ  papers ที่ต้องทำให้เสร็จอีกมากมาย ตอนนี้เราก็เริ่มหาลู่ทางเมื่อเรียนจบไปด้วย…เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิดจริงๆ…

Labor day weekend

This morning

หมดอาทิตย์ได้หยุดยาวซะที อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ยุ่งวุ่นวายและเหนื่อยมากๆเหมือนเดิม  OR  เปลี่ยนไปอยู่อีกตึกหนึ่ง ซึ่งดูแลผู้ป่วยที่มี complicated medical history (ASA II, III) มากกว่าผู้ป่วยในห้อง OR เก่าที่ส่วนใหญ่เป็น ASA I  เมื่อวานนี้เสร็จจาก OR  ก็ต้องไปทำ Lab และเดินกลับบ้าน กลับมาถึงบ้านเหนื่อยมากๆๆๆ เข้านอนตั้งแต่ 8  PM  ตื่นมาอีกที 8 AM โชคดีไม่มี clinic  ตอนเช้า แต่ก็ยังต้องไปทำ  research  และจัดการเรื่องสารพัด เฮ้อ งานเยอะล้นมือจริงๆ แต่เมื่อคิดกลับไปการได้นอนเต็มอิ่มนั้นเป็นความสุขจริงๆ นานๆจะได้นอนแบบนี้ซักที

ตอนนี้ก็เป็นวันหยุดยาว เมื่อถูกถามถึงว่าเราจะทำอะไร สิ่งที่คิดไว้อยู่ตลอดก็คือการเขียน paper, case report, abstract  และก็เตรียม  slides  ว่าแล้วก็หยุดคิดนิดหนึ่งว่าทำไมในหัวเราจึงมีแต่เรื่องงานล่ะเนี่ย แต่อย่างไรก็ตามอยากจะทำให้เสร็จไปดีกว่ามาคั่งค้าง…

Continue reading

Selca กับเจ้าลูกหมู

On the road

อาทิตย์นี้มีโอกาสได้ไปรู้จักพี่หมอฟันคนไทยคนหนึ่งทีเปิด practice อยู่ที่นี่ พี่เค้าดู successful มากทีเดียว พี่เค้าได้มาชวนงานอาสาสมัครของ health care screening ที่วัดไทยใน Fremont  (ที่ขึ้นชื่อว่ามีอาหารไทยอร่อยด้วย) เราก็ตอบตกลงทันที เนื่องจากวัดไทยนี้อยู่่ห่างออกไปมาก ให้เราขับไปเองโดยไม่มีจุดหมายก็คงไม่ไป แต่ตอนนี้ก็มีจุดหมายแล้ว ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ไปช่วยสังคมไทยที่นี่ และได้ลองอาหารไทยที่ขึ้นชื่อไปในตัว 🙂

Continue reading